วันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2557

สลัดชนิดต่างๆ


1.สลัดไข่น้ำกับเบคอน



สูตรสลัดไข่ดาวน้ำกับเบคอน
ไข่ดาวน้ำก็คีอไข่ดาวต้มในน้ำนั่นเอง สลัดจานนี้ปรุงง่าย ทั้งสวยและกินอร่อย


ส่วนผสม
เบคอนรมควัน 200 กรัม
น้ำส้มสายชูไวน์ขาว 1/2 ถ้วย
ไข่ไก่ 1 ฟอง
ผักกาดแก้วชนิดขอบหยัก 2 ต้น
ผักมิซูน่า 12 ใบ
น้ำส้มสายชูไวน์แดง่ 1/4 ถ้วย
น้ำมันมะกอก [สูตรเอ็กส์ตร้า เวอร์จิน] 2 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยดำป่น 1 ช้อนชา
เกลือป่น 1 ช้อนชา
ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1.นำเบคอนเข้าอบในเตาไมโครเวฟที่ระดับ High ตั้งเวลา 5 นาที เสร็จแล้วนำออกจากเตาอบ พักไว้ให้เย็น
2.ตั้งหม้อต้มน้ำ เกลือป่น และน้ำส้มสายชู รอจนน้ำเดือด เบาไฟลง แล้วตอกไข่ไก่ใส่ลงไป ต้มไข่นาน 4 นาที
3.เตรียมจัดผักต่างๆใส่อ่างผสมโดยฉีกผักให้พอดีคำ
4.ทำน้ำสลัดโดยผสม น้ำส้มสายชูไวน์แดงกับพริกไทย น้ำมันมะกอก และเกลือป่น นๆให้ส่วนผสมเข้ากันดี แล้วนำไปราดลงในอ่างผักที่เตรียมไว้ คลุกเค้าให้เข้ากัน
5.จัดสลัดใส่จาน โรยหน้าด้วย เบคอน และไข่น้ำที่ต้มสุกแล้ว เหยาะพริกไทยนิดหน่อย พร้อมเสิร์ฟทันที
2.สลัดครีม-มายองเนส Salad Cream & Mayonnaise
หากดูหน้าตาภายนอกของสลัดครีมและมายองเนสนั้นจะเห็นได้ว่ามีสีที่ใกล้เคียงกันมาก พอดูถึงส่วนผสมหลักที่ประกอบด้วย น้ำมันพืช ไข่แดง และน้ำส้มสายชู หรือน้ำมะนาว แล้วตีจนส่วนผสมเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน ก็ยังคล้ายกันอีก ทุกครั้งที่จะหยิบสองชนิดนี้ขึ้นมาใช้ทำอาหารจานเด็ดทีไรก็ยังสับสนว่าสามารถนำมาใช้แทนกันได้ไหม แล้วที่มาที่ไปของซอสทั้งสองชนิดนี้มาจากไหนใครเป็นคนคิดก็ยังนึกสงสัยทุกที หากใครสงสัยในทีมีและการนำมาใช้เหมือนกันวันนี้เรามีคำตอบค่ะ
มายองเนส (Mayonnaise) เป็นซอสของทางประเทศฝรั่งเศส ส่วนที่มาของคำว่า Mayonnaise นั้นยังสับสนอยู่ บ้างก็ว่ามายองเนสถูกคิดค้นขึ้นในปี 1756 โดยพ่อครัวชาวฝรั่งเศสซึ่งได้ปรุงซอสสูตรใหม่ขึ้นมาเพื่อใช้ในงานฉลองชัยชนะที่สามารถยึดเมืองท่า Mahon ได้ ตอนแรกนั้นพ่อครัวคิดจะทำซอสครีมผสมไข่ แต่ในครัวไม่มีครีมเหลืออยู่เลย เขาจึงใช้น้ำมันมะกอกมาผสมกับไข่แทน ทำให้เกิดซอสครีมชนิดใหม่ขึ้นละตั้งชื่อว่า Mahonnaise แต่พ่อครัวมือหนึ่งผู้เป็นต้นกำเนิดตำราศิลปะการทำอาหารของฝรั่งเศสชื่อ Careme กลับแย้งว่า ต้นกำเนิดของมายองเนสอยู่ที่เมือง Bayonne เดิมชื่อซอส Bayonnaise ต่อมาเรียกเพี้ยนกลายเป็น Mayonnaise บางความเชื่อก็ว่าคำว่ามายองเนสมาจากภาษาฝรั่งเศส Manier แปลว่าการคน จึงเรียกซอสนี้ว่า Magnonnaise หรือ Magnionnaise ส่วนความเห็นสุดท้ายว่ามายองเนสมาจากภาษาฝรั่งเศสว่า Moyeu ซึ่งหมายถึงไข่แดง
สลัดครีม (Salad Cream) เป็นซอสของทางอังกฤษถูกคิดค้นครั้งแรกในปี 1914 โดยบริษัทไฮนซ์ นิยมกันมากในหมู่ชนชั้นกรรมกรในอังกฤษ เรียกว่าเป็นอาหารหลักที่รองจากมันฝรั่งและพุดดิ้ง ต่อมาช่วงปี 1990 จนกระทั้งปี 2000 ความนิยมสลัดครีมลดน้อยลงเนื่องจากเหตุผลทางวัฒนธรรมเนื่องจากถูกมองว่าเป็นอาหารของชนชั้นกรรมกร ผู้คนในสังคมที่อยากเลื่อนชนชั้นตนเองให้สูงขึ้นจึงหันไปนิยมมายองเนสแทน แต่สลัดครีมก็กลับมาเป็นที่นิยมในอังกฤษอีกครั้งเมื่อค่านิยมเปลี่ยนไปโดยคนอังกฤษมีความภาคภูมิใจในฐานนะสลัดครีมเป็นซอสที่คนอังกฤษคิดค้นขึ้น
ทีนี้มาดูกันดีกว่าว่าระหว่างมายองเนสและสลัดครีมนั้นแตกต่างกันอย่างไร
- สลัดครีมมีไขมันน้อยกว่ามายองเนส 30-50%
- สลัดครีมมีส่วนผสมของไข่แดงมากกว่ามายองเนส สังเกตได้จากสีจะเข้มข้นมากกว่า
- สลัดครีมจะมีรสชาติหวานมากกว่ามายองเนส
ส่วนการนำไปใช้นั้นเราสามารถนำมายองเนสไปปรุงต่อเป็นซอสชนิดอื่นๆ ได้เช่น Tartar Sauce,
Thousand Island Dressing, Aioli และ Remoulade ใช้เป็นซอสจิ้มออเดิร์ฟและตกแต่งจานอาหาร ส่วนสลัดครีมนั้นมีหน้าที่หลักคือใช้ผสมในสลัดผักเท่านั้นเอง แต่อย่างไรก็ตามมายองเนสและสลัดครีมก็สามารถใช้ทดแทนกันได้ในอาหารสูตรต่างๆ

3.สูตรเชฟสลัด

สูตร เชฟสลัด
เชฟสลัดจะเป้นสลัดที่เชฟบรรจงจัดขึ้นมา ด้วยความหรูหรา ออกสไตล์อเมริกัน มีผักมากมายหลายชนิดและเนื้อสัตว์เป้นส่วนประกอบสำคัญ

ส่วนผสม
เนื้ออกไก่ต้มอีกเป็นเส้น 260 กรัม
แฮมรมควันหั่นเส้นยาว 2-3 นิ้ว 1 ถ้วย
ผักกาดคอส 1 ต้น
ใบวอเตอร์เครส 1 ถ้วย
ผักกาดแรดิชชิโอหัวเล็ก 1 หัว
มะเขือเทศชนิดเนื้อขนาดกลางหั่น 8 เสี้ยว 2 ลูก
กรูแยร์ชีส [gruyere] หั่นเส้นยาว 1 นิ้ว 1 ถ้วย
ไข่ต้มหั่นแว่น 2 ฟอง
ใบวอเตอร์เครสสำหรับแต่งหน้าสลัด

น้ำสลัด
ดิจองมัสตาร์ด 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำส้มสายชูไวน์แดง 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือและพริกไทยดำป่นนิดหน่อย
น้ำมันมะกอก เอ็กซ์ตร้า เวอร์จิน1/4 ถ้วย + 2 ช้อนโต๊ะ


วิธีทำ
1.ล้างผักให้สะอาดก่อน จากนั้นแกะใบผักกาดคอส ผ่าครึ่งหัวแรดิช และแกะเอาใบออกให้หมด ฉีกผักให้มีขนาดพอดีคำ ใส่มะเขือเทศลง
2.ทำน้ำสลัด โดยนำส่วนผสม น้ำสลัดคลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมรสตามชอบใจ จากนั้นค่อยรินน้ำมันมะกอกเติมลงไปตีๆให้ส่วนผสมเข้ากันดี
3.จัดผักใส่อ่างผสม แล้วตากน้ำสลัดคลุกเคล้าลงไปให้ทั่ว ชอบมาน้อยก็เติมตามใจ
4.ตักสลัดใส่จาน จัดเรียง แฮม ชีส ไข่ต้ม ผ่าซีกลงในจาก โรยหน้าด้วยใบวอเตอร์เครส พร้อมเปิบได้ทันที


ประวัติของสลัด


ประวัติของสลัด
มีกระทาชายนายหนึ่งนามว่า Caesar Cardini ภูมิลำเนาเดิม อยู่ที่เมืองเซซาเร่ ประเทศอิตาลี ได้โยกย้ายครอบครัวไปอยู่ที่เมืองซานดิเอโก้ สหรัฐปาลีรัฐอเมริกาแต่ว่ามีำธุรกิจโรงแรมอยู่เมืองติฮัวนา ประเทศเม็กซิโก(ห่างกันแค่ข้ามพรมแดน เท่านั้นเอง) นาย Caesar นี้ นอกจากจะเป็นเจ้าของโรงแรมแล้ว ยังเป็นเชฟฝีมือดีอีกด้วย เขาคิดค้นสลัดจานนี้ขึ้นมา ในวันที่ 4 กรกฎาคม 1924เมื่อตอนที่ลูกค้าเต็มเพียบร้าน แล้วข้าวของหมดนาย Caesar ก็เลยจับแพะชนแกะ เอาวัตถุดิบที่เหลือ ๆอยู่ มาคลุก มาเคล้าต่อหน้า ลูกค้า เกิดเป็นอาหารจานเด็ดที่ติดอกติดใจของลูกค้าขึ้น

ประวัติอีกกระแสหนึ่งก็บอกว่า
วันดีคืนดีพี่ชายของนาย Caesar คือ นาย Alex Cardini อดีตนักบินในกองทัพอากาศของอิตาลีก็เดินทางข้ามพรมแดนประเทศสหปาลีรัฐอเมริกา ไปเยี่ยมน้องชาย เพื่อเฉลิมฉลองวันชาติสหรัฐ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 1924 แล้วมันก็แปลกที่ว่า คนอเมริกันที่อยู่ละแวกพรมแดนเม็กซิโกนั้นนิยมขับรถข้ามไปฉลองวันชาติอเมริกัน ที่เม็กซิโกกันมากเพราะงานฉลองที่เม็กซิโก มีสีสันจัดจ้านสนุกสนานกว่าที่อเมริกาเยอะ นาย Alex ผู้อุตส่าห์ข้ามพรมแดนไปหาน้องชายนาย Caesar ก็ไปพบว่า ที่โรงแรมของน้องชายนั้น มีแขกมากินอาหารถล่มทลาย อาหารมีเท่าไหร่ เท่าไหร่ ก็ไม่พอขาย แถมขายดีจนทำแทบไม่ทันยอดพี่ชายนาย Alex เห็นเข้าดังนั้น ก็ถลกแขนเสื้อเข้าไปช่วยน้องชายในครัวทันที
ปรากฏว่าวัตถุดิบที่พอจะมีหลงเหลืออยู่ในครัวนั้นมีเพียงแค่ผัก Romain , ขนมปังกรอบ Croutons, ไข่ต้ม กระเทียม
น้ำมันมะกอก พาเมซานชีส เลมอน และ วูสเตอร์ซอส เท่านั้น  นาย Alex ได้ที ก็จัดแจง เอาชามไม้ใบใหญ่ ไปไว้ข้าง ๆ โต๊ะของลูกค้าแล้ว ฉีกผัก Romain เป็นชิ้น ๆ ใส่ลงไป คลุกเคล้าด้วยส่วนผสมต่าง ๆ ที่เหลือ ได้เป็นสลัดผักรสชาติถูกใจลูกค้ากันถ้วนหน้า นาย Caesar จึงตั้งชื่อสลัดจานนั้นว่า “Aviator’s Salad”แต่ต่อมาก็ได้เปลี่ยนชือเป็น Caesar Salad ตามชื่อโรงแรมในที่สุด
จะสังเกตว่า ธรรมเนียมแรกเดิมของ การทำซีซาร์สลัดนั้นจะไม่ได้คลุกผักกับน้ำสลัดมาแต่ในครัว แต่จะนำมาคลุกต่อหน้าลูกค้า นัยว่าเป็นการสร้างความบันเทิงทางสายตาให้กับลูกค้า และส่วนผสมดั้งเดิมในน้ำสลัดซีซาร์สลัดนั้น "ไม่มี" การใส่แอนโชวี่เลยแต่กลิ่นแอนโชวี ที่มีอยู่ในน้ำสลัดนั้น มาจากกลิ่นในวูสเตอร์ซอส
เดี๋ยวนี้ซีซาร์สลัดพัฒนาหน้าตาและรสชาติไปหลายอย่างมีทั้งแบบใส่ไข่ลวก ใส่เบคอน ใส่ไก่ย่าง ใส่มะเขือเทศในบ้านเราก็มีการใส่ปลาอินทรีย์เค็มแทนแอนโชวีในน้ำสลัดด้วย หรืออย่างสูตรของพี่หมึกแดง นั่นใส่น้ำปลาแทนเลย
แต่อย่างไรก็ตาม ขอให้จำไว้เสมอว่า ส่วนผสมหลักในซีซาร์สลัด คือ ผัก Cos หรือ Romain เท่านั้น แล้วก็ต้องมี Croutons กับ Parmesan Cheese ขูดด้วย รสของน้ำสลัดซีซาร์ จะมีแต่รสเค็ม มัน เท่านั้น ไม่มีรสหวานเจือปน โดยเฉพาะรสหวานที่มาจากน้ำตาลทรายหรือนมข้น

สลัดที่ใช้เสิร์ฟโดยทั่วๆไป


สลัดที่ใช้เสิร์ฟโดยทั่วๆไป มี 3 แบบ

1.สลัดที่ใช้เสิร์ฟจานแรกหรือสลัด เรียกน้ำย่อย มักจะจัดใส่จานเล็กๆ สลัดที่ใช้เป็นอาหารจานแรกจะกินความรวมถึงพวกผักดองที่เสิร์ฟกับปลารมควัน ตับไก่บด

2.สลัดที่ใช้เสิร์ฟกับอาหารเนื้อสัตว์หรือบางทีเรียกว่า Side Salad ส่วนใหญ่จะเป็นสลัดผักต่างๆ จัดลงในจานเดียวกับอาหารจานสำคัญ หรือจัดใส่จานเล็กเสิร์ฟพร้อมกับอาหารจานสำคัญ

3.สลัดจานสำคัญ (Main dish Salad) หมายถึง สลัดที่กินอิ่มมีอาหารทุกอย่างพร้อมในจาน คือ มีข้าว แป้ง เนื้อสัตว์ ผัก รวมมาในจานเดียว

สิ่งสำคัญในการทำอาชีพ


สิ่งสำคัญในการทำอาชีพเสริมหลังเลิกงาน ประเภทนี้ก็คือ


การขายสลัดผักสลัดผลไม้ ไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มาก เพียงตั้งโต๊ะพับได้ 1 ตัว ก็สามารถเปิดร้านขายได้แล้ว อุปกรณ์สำหรับขายสลัดก็มีไม่มาก เช่น ภาชนะสำหรับใส่ผักผลไม้ หากมีผักผลไม้หลายอย่างภาชนะก็มากตามด้วย กิโลเล็กสำหรับชั่งผักผลไม้ ภาชนะใส่น้ำสลัด ถุงใส่น้ำสลัด ถุงใส่ผัก กล่องโฟมใส่ผัก หากไม่มีฝีมือในการทำน้ำสลัด ปัจจุบันมีเฟรนไชส์สลัดผักสลัดผลไม้ขาย

หรือจะสั่งซื้อเฉพาะน้ำสลัดแบบเป็นกิโลมาขายคู่กับผัก ก็ยังได้กำไร การขายทำได้หลายแบบ อย่างเช่น จัดผักหรือผลไม้พร้อมน้ำสลัดใส่กล่องโฟมขายเป็นชุดๆ ชุดละ 20-25 บาท หรือจะใช้วิธีหั่นผักผลไม้ใส่ภาชนะ

ขายสลัดผัก สลัดผลไม้


ขายสลัดผัก สลัดผลไม้ เป็นอาชีพเสริม


เรื่องของความสวยความงามและการดูแลสุขภาพ เป็นเรื่องที่ผู้หญิงทุกคนรวมถึงผู้ชายสมัยใหม่หลายคนให้ความสำคัญ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อย่างเช่นผักผลไม้ เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพ

สำหรับคนทำงานที่ต้องการมีอาชีพเสริมหลังเลิกงาน ผู้เขียนแนะนำให้ ขายสลัดผัก สลัดผลไม้ค่ะ เพราะเป็นอาชีพขายของกินที่ทำง่าย เหมาะสำหรับขายในช่วงเย็นๆหลังเลิกงาน

สลัดผักเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ สาวๆนิยมรับประทานเป็นอาหารควบคุมน้ำหนัก ลงทุนน้อยแต่ได้กำไรดี ถือว่าเป็นอาชีพเสริมหลังเลิกงานที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการมีรายได้เสริม

ประเภทของของน้ำสลัด


1.น้ำสลัดโยเกิร์ต




เครื่องปรุง
1 โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 3 ช้อนโต๊ะ
2 น้ำมันโอลีฟ 1 ช้อนโต๊ะ
3 น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
4 เกลือ 2 หยิบมือ
5 น้ำตาลทราย 1 หยิบมือ
6 พริกไทยดำ พอประมาณ

วิธีทำ
ใส่เครื่องปรุงทั้งหมดลงในถ้วย ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน แค่นี้ก็เสร็จแล้ว เวลาจะทานก็แค่ราดลงไปบนผักสลัดตามแต่ชอบได้เลย


เคล็ดลับ : รสชาติอาจจะค่อนข้างเปรี้ยว ดังนั้นสำหรับคนที่ไม่ค่อยชอบรสเปรี้ยว แค่ลดปริมาณน้ำมะนาว แล้วเพิ่มน้ำตาลอีกนิดหน่อย ส่วนเกลือก็จะช่วยรักษาความสดของผักด้วย
2.น้ำสลัดญี่ปุ่น
 


เครื่องปรุง
1 ซอสโชยุ 50 ซีซี
2 น้ำส้มสายชู 50 ซีซี
3 น้ำมันพืช 50 ซีซี
4 น้ำตาลทราย 25 กรัม
5 พริกไทย 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ
ใส่เครื่องปรุงทั้งหมดลงในภาชนะแล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน เป็นอันเสร็จ

เคล็ดลับ : คนไม่กินเผ็ด ใส่พริกไทยแค่เล็กน้อยก็อร่อยได้
3. น้ำสลัดกระเทียม (Garlic Dressing)

 

เครื่องปรุง
1 กระเทียมสับละเอียด 2 หัว
2 น้ำมันโอลีฟฟหรือน้ำมันพืช 150 ซีซี
3 น้ำส้มสายชู 50 ซีซี
4 มัสตาร์ด 2 ช้อนชา
5 เกลือ 1.5 ช้อนชา
6 น้ำปลา 1 ช้อนชา
7 พริกไทยดำ เล็กน้อย

วิธีทำ
ใส่เครื่องปรุงทั้งหมดลงในขวดหรือโหล ปิดฝาแล้วเขย่าให้เข้ากันประมาณ 10 ครั้งก็พร้อมรับประทานแล้ว
4.น้ำสลัดลูกพลับ



เครื่องปรุง
1 ลูกพลับ 2 ลูก
2 น้ำมะนาว 1 ลูก (ประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ)
3 น้ำมันโอลีฟ 1 ช้อนโต๊ะ
4 พริกไทยดำ นิดหน่อย
5 เกลือ 1 ช้อนชา

วิธีทำ
1 ปอกเปลือกลูกพลับออก แล้วหั่นเป็นชิ้นๆ
2 ผ่ามะนาวแล้วบีบน้ำใส่ถ้วยให้ได้ประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ
3 นำลูกพลับ, น้ำมะนาวและส่วนผสมทั้งหมดใส่เครื่องปั่น แล้วปั่นจนละเอียด ก็เป็นเสร็จ
5.น้ำสลัดไข่




เครื่องปรุง
1 ไข่ต้มสุก (เอาเฉพาะไข่แดง) 5 ฟอง
2 นมข้นหวาน 1/2 กระป๋อง
3 น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
4 น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
5 เกลือ นิดหน่อย
6 พริกไทยเม็ด นิดหน่อย
7 น้ำตาลทราย นิดหน่อย

วิธีทำ
1 ต้มไข่ให้สุก แล้วเลาะเอาเฉพาะไข่แดง (ส่วนไข่ขาวหั่นเก็บไว้เป็นตัวสลัด)
2 ใส่เม็ดพริกไทยลงในครก ตำให้ละเอียด ตามด้วยนำไข่แดงใส่ลงไปแล้วบดละเอียดเข้ากับพริกไทย เติมเกลือ,น้ำเปล่านิดหน่อย ใส่นมข้นหวาน, น้ำตาลทราย, น้ำมันพืช, น้ำมะนาว แล้วบดให้ส่วนผสมเข้ากันจนน้ำสลัดเป็นเนื้อละเอียด

เคล็ดลับ : หากไม่อยากใช้นมข้น ก็สามารถใช้มัสตาร์ดแทนได้ และเพื่อความสะดวกรวดเร็วจะปั่นส่วนผสมทั้งหมดด้วยเครื่องปั่นน้ำผลไม้ก็ไม่ว่ากัน
 

 
 

5 เทคนิคเลือกทานสลัด


เมื่อพูดถึง สลัดเรามักนึกถึงเมนูผักเพื่อสุขภาพ หลายคนเลือกทานสลัดเพื่อควบคุมน้ำหนักและระบบขับถ่ายที่ดีเพราะในสลัด 1 จาน มีปริมาณแคลอรี่ ประมาณ 240 กิโลแคลอรี่เท่านั้น แต่การทานสะลัดให้ได้ประโยชน์ต่อร่างกาย ก็ต้องมีเทคนิคในการเลือกทานด้วยเช่นกัน โดยควรคำนึงถึง

            1. แหล่งที่มาของสลัด เช่น ซื้อจากที่ไหน สะอาดหรือไม่ ได้คุณภาพหรือเปล่า เพราะผักบางชนิดฉีดสารฆ่าแมลง หากล้างไม่สะอาด อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้

            2. เลือกทานผัก 5 สี อาทิ สีแดง เขียว เหลือง ขาว ม่วง เพราะผักแต่ละสีให้คุณประโยชน์ที่แตกต่างกัน เช่น    

            - สีม่วง จากมะเขือม่วง กะหล่ำม่วง บลูเบอรี่ องุ่น มีสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอการเกิดการอุดตัน

ในเส้นเลือด

- สีแดง จากมะเขือเทศ มีไลโคปิน ช่วยบำรุงสายตา ช่วยดูแลเรื่องหัวใจ หลอดเลือด

- สีเหลือง สีส้ม จากแครอท แคนตาลูป มะม่วงสุก มีเบต้า-แคโรทีน, ฟลาโวนอยด์, วิตามินซี ซึ่งช่วย

ดูแลรักษาสุขภาพหัวใจ หลอดเลือด และระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย

- สีเขียว จากบล็อกโคลี่ กระหล่ำปลี มีลูทีน ซึ่งเป็นสารต้านอะนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสื่อมของจอ

ประสาทตา

- สีขาว จากฝรั่ง เงาะ ลิ้นจี่ ลูกเดือย แอ๊ปเปิ้ล หอมหัวใหญ่ มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อม

ของเซลล์

            การเลือกทานผักสดหรือผักต้ม หากผู้บริโภคไม่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบการย่อย ให้ทานผักสดได้ แต่ถ้ามีปัญหาระบบการย่อย เช่น ทานมากแล้วทำให้ท้องอืด หรือผู้สูงอายุ มี่มีปัญหาเรื่องการเคี้ยวยาก ก็ควรเลือกทานผักต้ม ไม่เพียงเท่านี้ยังมีผักย่าง เช่น มะเขือย่าง พริกย่าง ให้เลือกรับประทานอีกด้วย

            3. เสริมโปรตีน เมื่อพูดถึงสลัด หลายคนมักจะนึกถึงผัก แต่สลัดสามารถทานควบคู่ได้กับหลายอย่าง เช่น เนื้อสัตว์ อาทิ สลัดไก่ย่าง สลัดทูน่า เรียกว่าเป็นสลัดจานเดียว ทานแทนข้าว การเสริมโปรตีนเข้าไป จะช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงาน หรือถ้าใครที่ไม่มีปัญหาในเรื่องการทานเค็มจะโรยด้วยแฮมก็ย่อมได้

            4. เติมธัญพืช เช่น ลูกเดือย ข้าวโพด ถั่วต้ม ถั่วแดง ให้ระวังว่าธัญพืชที่นำไปลวกแล้ว หากเก็บไว้นานอาจเหม็นบูด หรือแฉะ ส่งผลเสียต่อระบบลำไส้

            5. น้ำสลัด ควรเลือกที่มีไขมันต่ำ หรือทำน้ำสลัดไว้ทานเองโดยไม่ต้องใส่น้ำมัน สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานก็สามารถทานสลัดได้ โดยเลือกทานสลัดที่มีน้ำตาลน้อย ไม่ใส่น้ำสลัดมาก หลีกเลี่ยง มายองเนส หรือสลัดน้ำข้น เพราะมีส่วนผสมของนมข้นหวานและน้ำเชื่อม ถ้าเลือกได้ควรทานสลัดน้ำใสจะดีกว่า เพราะในสลัดน้ำใส มีเกลือและน้ำตาลน้อยกว่า แม้ยังมีส่วนประกอบหลักเป็นไขมันพืช เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันเมล็ดองุ่น น้ำมันงา ซึ่งจัดเป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน และการทานในปริมาณที่พอเหมาะจะช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดได้

            รู้อย่างนี้แล้ว สาวๆ ทั้งหลายคงจะเลือกทาน สลัดได้อย่างสบายใจ และยังได้ประโยชน์อย่างครบถ้วนต่อสุขภาพค่ะ

ผักที่ใช้ในการทำสลัด















การทำสลัด


สลัดผัก

ผักที่ใช้ในการทำสลัด

ผักเป็นส่วนประกอบสำคัญอย่างหนึ่งในการทำสลัด แต่ประเภทของผักที่นิยมจะนำมา ทำสลัดนั้น มีอยู่ 2 อย่างคือ เป็น ผักที่มีรสชาติที่ต้องเข้ากับน้ำสลัดได้ดี และ เป็น ผักที่มีความชอบส่วนตัว ในที่นี้เราจะแบ่งผักออกเป็น 3 ประเภท เพื่อเข้าใจง่ายขึ้น ผักประเภทใบ ผักประเภทหัวหรือผล และ ธัญพืช

ผักประเภทใบเขียว เรามักเรียกโดยรวมทั่ว ๆ ไปว่า ผักใบเขียว ได้แก่ ผักกาดหอม ผักกาดแก้ว กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ก ผักคอสหรือผักโรเมน ผักคอสแดง ผักบัตเตอร์เฮด กะหล่ำปลี ซึ่งผักใบเขียวหรือแดงที่ยกตัวอย่างมานี้ นิยมใช้ทำสลัดกันมากที่สุดเพราะมีรสจืด แต่บางที่ผักให้กลิ่นฉุน หรือขมนิด ๆ ก็เป็นที่ชื่นชอบกันไม่น้อยเลยที่เดียว เช่นผักร๊อกเกต สำหรับผักที่มีลักษณะที่ช่อ ก้าน หรือใบเล็ก ๆ ที่นิยมนำมาปรุงทำสลัด หรือ เป็นส่วนผสมในน้ำสลัด มีหลายชนิด เช่นกัน ที่นิยมกันมากที่สุด ทั้งทำสลัด และ ส่วนผสมของน้ำสลัด คือ ผักชีฝรั่ง หรือ พาร์สลีย์ ขึ้นฉ่ายฝรั่ง หรือ เซเลอรี่ ผักชีลาว หรือ ดิลผักชีอิตาลี สะระแหน่ โหระพา ฯลฯ

ผักประเภทหัวหรือผล ผักประเภทนี้ เป็นที่รู้จักกันดีและนิยมรับประทานกันอยู่แล้ว เช่น แครอท หัวหอมใหญ่ มันฝรั่ง มันเทศ เผือก มะเขือเทศ ฟักทอง พริกหวาน มะเขือม่วง บีตรู้ต แรดิช แตงกวา ซูกินี ฯลฯ รวมถึงผลไม้อย่างอะโวคาโด แอ๊ปเปิ้ล มะม่วง แคนตาลูป ฝรั่ง แก้วมังกร ฯลฯ เหมาะสำหรับที่จะทำเป็นสลัด ที่ต้องการใช้น้ำสลัดครีมข้น เวลารับประทานต้องนำไปต้ม นึ่ง หรือลวกให้สุกเสียก่อน ยกเว้นบางชนิดที่รับประทานสดได้เลย เช่น แครอท หัวหอมใหญ่ มะเขือเทศ พริกหวาน แตงกวา ซูกินี เป็นต้น และรวมถึงผลไม้ต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน

ธัญพืชต่าง ๆ ที่นิยมทำสลัดมากที่สุด คือ ถั่วแดง ลูกเดือย ข้าวโพด ฯลฯ รวมถึง ข้าวชนิดต่าง ๆ และ พาสต้าที่ทำมาจากข้าวสาลีด้วย เราสามารถใส่ธัญพืชแทนเนื้อสัตว์ได้ เพราะมีสารอาหารครบห้าหมู่

ดังนั้น สลัดประเภทนี้ จะหนักท้องมากกว่า สลัดผักใบเขียวทั่ว ๆไป ต้องนำไปต้ม นึ่ง หรือลวกให้สุกเสียก่อนที่จะนำไปทำสลัด

ธุรกิจการทำสลัด


ธุรกิจการทำสลัด

 ผักเป็นส่วนประกอบหลักของสลัดที่ให้คาร์โบไฮเดรท วิตามิน และเกลือแร่ต่างๆ เพื่อให้ได้สารอาหารและพลังงานอย่างครบถ้วน ควรเลือกทานผักให้หลากหลายชนิดอย่างละเล็กละน้อยคละเคล้ากันไป ทั้งผักสีเขียวเข้ม สีเขียวอ่อน สีส้ม และสีแดง เป็นต้น เพราะผักแต่ละชนิดล้วนมีสัดส่วนของวิตามินที่ไม่เท่ากัน โดยเราเรียกสารที่ให้สีในผักนี้ว่า แคโรทีนเบต้าแคโรทีนที่ร่างกายสามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ มักพบมากใน มะละกอ แครอท ฟักทอง ผักขม และผักกาดหอม ฯลฯ เพราะเบต้าแคโรทีนสามารถช่วยลดอัตราความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งในปอด และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) อีกทั้งในใยผักยังมีเส้นใยอาหารหรือไฟเบอร์ที่ทำให้เรารู้สึกอิ่มเร็วขึ้น ป้องกันท้องผูก และดูดซับคลอเรสเตอรอลบางส่วนในร่างกายออกไป แต่การทานผักอย่างเดียวอาจให้พลังงานไม่เพียงพอต่อร่างกาย ดังนั้นผู้ที่นิยมทานสลัดจึงควรเติมสารอาหารที่ให้พลังงานสำคัญจำพวกแป้ง เช่น ขนมปัง มักโรนี มันฝรั่งต้ม ฯลฯ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของกล้ามเนื้อและต่อมต่างๆสำหรับใครที่ชอบทานไข่นกกระทา อกไก่ กุ้ง แฮม และถั่ว ฯลฯ อาจเลือกทานเพียงอย่างหนึ่งอย่างใด ก็จะได้รับโปรตีน ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต และยังทำให้ร่างกายได้รับกรดอะมิโนที่สำคัญ 10 ชนิดที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้อย่างครบถ้วนอีกด้วย